ThaiArcheep.com

พลิกชีวิตชาวเขา! ‘โครงการหลวงพระราชทาน’ สร้างรายได้งามเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

เกษตรแบบพอเพียง ‘โครงการหลวงพระราชทาน’ พระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พลิกชีวิตชาวม้งเมืองเชียงใหม่ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างรายได้ให้กับครอบครัว เป็นแบบอย่างให้แก่คนไทยทุกภาคอยู่แบบพอเพียง พอกิน พอใช้ไม่ฟุ่มเฟือย

Untitled-4


วันที่ 25 ต.ค. 59 เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ คัดเลือกพริกหวานและแตงกวาญี่ปุ่นคุณภาพดีใส่ในลังเพื่อเตรียมส่งไปยังครัวการบินไทยและจำหน่ายในร้านค้าของโครงการหลวงที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ พืชผักเมืองหนาวที่ปลูกอยู่บนดอยโป่งแยง
โดยผักทั้งหมดนี้มาจากไร่ของชาวเขาเผ่าม้งที่ยึดอาชีพเกษตรกรปลูกพืชผักเมืองหนาวภายใต้การส่งเสริมของโครงการหลวง จนทุกวันนี้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดยเมื่อปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จฯลงบนไร่ฝิ่นที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง และเมื่อเสด็จฯถึงหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งแม่สาใหม่ พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นสุกรที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้มีขนาดเล็ก จึงทรงพระราชทานลูกสุกรตัวผู้พันธุ์ดีจำนวน 2 ตัว พร้อมพันธุ์พืชอาหารสัตว์เพื่อเพาะปลูก
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2517 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ ได้เริ่มต้นดำเนินงานโดยร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) มีการทดลองวิจัยและผลิตเมล็ดพันธุ์พืชผักเมืองหนาว และ ต่อมาในปี พ.ศ.2525 ได้ส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรชาวเขาให้มีรายได้เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น
ปัจจุบันชาวม้งที่หมู่บ้านนี้ยึดอาชีพการเกษตร ปลูกพืชผักเมืองหนาว ทั้ง พริกหวาน มะเขือเทศโทมัส แตงกวาญี่ปุ่น มันฝรั่ง แครอท ผักกาดขาว คอสสลัด รวมทั้งผลไม้ทั้งองุ่นไร้เมล็ด อะโวคาโด้ พลับ และ เสาวรส มีผลผลิตรวมปีละกว่า 500 ตัน โดยมีนักวิชาการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่คอยดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การปลูกให้ได้คุณภาพ การตลาด การจัดจำหน่าย โดยในการจำหน่ายผลผลิตเจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ทั้งหมดและจะโอนเงินเข้าบัญชีให้เกษตกรทุก 7 วัน

24-8
ทางด้านนายปรีชา ปิ่นกระโทก นักวิชาการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ บอกว่า ในอดีตพื้นที่ดอยโป่งแยงเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยของชาวม้ง โดยในแต่ละปีมีการบุกรุกแผ้วถางเพื่อขยายพื้นที่จนทำให้ผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกทำลาย แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงพระราชทานโครงการหลวง ส่งเสริมการเกษตรแบบครบวงจร ทำให้ยุติปัญหาการปลูกพืชเสพติดและการบุกรุกผืนป่า ปัจจุบันชาวม้งที่นี่กว่า 200 ครอบครัว หันมายึดอาชีพเกษตรกรและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นอกจากส่งเสริมอาชีพ พระองค์ยังทรงพระราชทานโรงเรียนเจ้าพ่อหลงอุปถัมป์ 7 ให้การศึกษากับลูกหลานชาวม้ง จนปัจจุบันชาวม้งรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถเรียนจบปริญญาตรี-ปริญญาโท หลายคน สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวชาวม้งเป็นอย่างมาก
ทั้งหมดนี้จึงทำให้ชาวม้งที่นี่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการดำรงชีวิต

ขอขอบคุณเครดิตข้อมูลและภาพจาก : mthai