ThaiArcheep.com

ไอเดียสุดเจ๋ง!! เกษตรราชบุรี ปลูกผักหวานป่าเก็บยอดกินได้ทั้งปี เก็บขายได้กำไรต้นละพัน!!

ผักหวานป่า

กว่าจะได้รับประทานเจ้าผักหวานป่ายอดอ่อน ต้องรอกันเป็นฤดู และต้องเก็บมาจากป่าเท่านั้น แต่ปัจจุบันที่ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เขาสามารถเพาะเมล็ดและนำมาปลูกเพื่อรับประทานกันเองในครัวเรือนได้ทั้งปี และยังจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ได้อีก

คุณเตือนใจ มิอะ เกษตรกรผู้ปลูกผักหวานป่า บอกครับว่า เดิมทีชาวบ้านจะออกไปเก็บในป่า แต่การเดินทางค่อนข้างลำบาก และเสี่ยงต่ออันตราย ชาวบ้านจึงนำเมล็ดมาเพาะและปลูกตามริมรั้วข้างบ้านแทนการออกไปเก็บจากป่า ธรรมชาติดั้งเดิมของผักหวานป่า เป็นพืชที่ไม่ชอบแสง ดังนั้นต้องปลูกใต้ร่มไม้ขนาดใหญ่ แสงผ่านประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยขนาดหลุมปลูกจะกว้าง 30 เซนติเมตร ลึก 25 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นและแถวห่างกัน 1 เมตร
หลังจากปลูกไปแล้ว จะบำรุงด้วยปุ๋ยมูลสัตว์ ห้ามใช้ปุ๋ยเคมีเด็ดขาด เพราะผักหวานไม่ชอบ หากใช้อาจทำให้ต้นตายได้ ส่วนการให้น้ำ พี่เตือนใจบอกครับว่า จะให้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง จะเป็นระบบสปริงเกอร์แบบนี้ หรือระบบน้ำหยดก็ได้ ขึ้นอยู่กับต้นทุนของผู้ปลูก ประมาณ 2-3 ปี ผักหวานที่ปลูกจะเริ่มเก็บยอดมารับประทานได้ ส่วนเทคนิคการทำให้ผักหวานป่าแตกยอด พี่เตือนใจบอกครับว่า ให้ริดใบออก เพื่อกระตุ้นให้ยอดแตกใหม่ขึ้น แค่นี้เราก็จะได้ผักหวานป่ามา ต้ม ผัด แกง ตามเมนูสุดอร่อย นานกว่า 20 ปี

แม้ว่าผักหวานป่าจะมีผลผลิตทั้งปีก็ตาม แต่คนยังนิยมรับประทานผักหวานป่ากันเป็นฤดู คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ผักหวานป่าให้ราคาดีถึงกิโลกรัมละ 100-120 บาท ซึ่งจะมีพ่อค้าวิ่งมารับซื้อกันถึงหน้าบ้านเลย เรียกกันว่าเก็บยังไงก็ไม่พอขาย โดยผักหวานป่าอายุ 3 ปีขึ้นไป ต้นหนึ่งสามารถให้ผลผลิตได้ถึงต้นละ 10 กิโลกรัมต่อปีและนอกจากนี้หลังฤดูผักหวานป่า ยังสามารถนำเมล็ดมาเพาะพันธุ์จำหน่าย โดยนำเมล็ดที่ผ่านกระบวนการล้างและลอกเปลือกนอกแล้ว มาฝังทรายประมาณ 10 วัน รากอ่อนก็จะงอกขึ้นมา จากนั้นจะแยกลงปลูกในถุงดำที่มีดินผสมถุงละ 1-2 เมล็ดแบบนี้ ประมาณ 1 เดือนครึ่งใบเลี้ยงคู่แรกจะแตกออก พร้อมจำหน่ายซึ่งราคาอยู่ที่ ต้นเมล็ดเดี่ยวต้นละ 10 บาท ส่วนต้นเมล็ดคู่ซึ่งจะแข็งแรงกว่าจะจำหน่ายกันอยู่ที่ 15 บาท

ขายได้ทั้งใบทั้งเมล็ดพันธุ์แบบนี้ก็รวยสิครับ ติดต่อสอบถามโทร.08-2290-3502

ที่มา:timeshare9