ThaiArcheep.com

ทำไมเลี้ยงหนูนาตาย ไม่อ้วน? ราคาตก “สำรวยฟาร์มหนู” มีคำตอบ

“คุณสำรวย บุญสม ผู้บุกเบิก “สำรวยฟาร์มหนู” ใน จ.พิจิตร วิชาเก๋าใช้ไม้ใส่ในบ่อให้หนูนาแทะฝนฟัน หนูฟันสั้นกินได้ไม่มีตายแถมอ้วนทุกตัว และวิธีดับกลิ่นด้วยใบเตย แถมเพิ่มมูลค่าด้วยการขายหนูนาพร้อมคลอดตัวละ 500 บาท ที่มาพร้อมการจัดการฟาร์มแบบมืออาชีพ”

หนูนาฟันยาวไม่หยุด…กินไม่ได้ก็ตาย…ต้องมีไม้ให้ฝนฟัน
“โรคฟันยาว เกิดจากคนเลี้ยงไม่ดูแลหนู เพราะโดยธรรมชาติฟันของหนูจะยาวตลอด จึงต้องกัดกินของแข็งเพื่อฝนฟัน และถ้าหากนำมาเลี้ยงไม่ให้หนูได้ฝนฟันกัดของแข็งเพื่อให้ฟันสั้นลง ฟันก็จะยาวชนกันจนอ้าปากไม่ออกทำให้กินอาหารไม่ได้ สุดท้ายก็ผอมและตายในที่สุด เราจึงใส่ไม้ไว้ในบ่อเพื่อให้หนูได้กัดฝนฟันอยู่ตลอดครับ”

คุณสำรวย บุญสม เจ้าของฟาร์ม “สำรวยฟาร์มหนู” เปิดประเด็นสำคัญที่คนเลี้ยงหนูนาส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบ ก่อนจะเล่าประวัติของตนเองกับการมาเลี้ยงหนูนาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วว่า เจ้าตัวปลูกพริกมาก่อนประมาณ 3 ปีแล้ว ส่วนหนูนาเลี้ยงหลังจากนั้น 1 ปี จนได้เชิญให้เป็นวิทยากรในการสอนเลี้ยงและการดูแลหนู จากนั้นจึงเริ่มเลี้ยงเพื่อจำหน่ายอย่างจริงจัง ปัจจุบันเลี้ยงอยู่ 40 บ่อ กว่า 400 ตัว มีทั้งพันธุ์หนูพุกและหนูแผง ซึ่งทั้ง 2 พันธุ์จะต่างกันคือ หนูพุกเมื่อโตสุด (อายุ 2 ปี) จะมีขนาด 3-4 ขีด แต่ถ้าอายุน้อยจะตัวเล็ก ส่วนหนูแผงตัวจะใหญ่ตัวโตเต็มวัยหนักสุด 1 กิโลกรัม หนูพุกขนจะสั้นและเรียบ ส่วนหนูแผงขนจะยาวฟู

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาสายพันธุ์ผสมสายเลือดที่ 3 ซึ่งจะได้หนูขนาดกำลังดี เป็นสายพันธุ์ที่คุณสำรวยพัฒนาเอง โดยผสมระหว่างหนูพุกกับกับแผง ลักษณะเด่นคือขนข้างหน้าจะเรียบเหมือนหนูพุก กลางหลังลงไปจะยาวฟูเหมือนหนูแผง น้ำหนักเต็มที่ 4-5 ขีด และยังมีพันธุ์อื่นๆ ที่นำมาเลี้ยงไว้ศึกษาด้วยอย่างเช่นหนูนวล

ใส่ไม้ไว้ให้หนูนาแทะฝนฟันให้สั้น

ฝาปิดมีรูระบายอากาศ

เทคนิคการเลี้ยงหนูนาให้มีคุณภาพ
การเลี้ยงหนูนาให้ได้คุณภาพสิ่งที่ลืมไม่ได้นั่นคือที่อยู่ โดยจะใช้วงบ่อซีเมนต์ซ้อนกัน 2 ใบ ถ้าขนาดบ่อ 60 เซนติเมตร ใส่ลูกหนูนาได้ประมาณ 15 ตัว (ลูกหนู 1 เดือน) บ่อ 80 เซนติเมตร 25-30 ตัว ส่วนบ่อ 100 เซนติเมตร ใส่ได้ 30-40 ตัว อย่าใส่จนแออัดจะมีผลต่อการเจริญเติบโตเพราะจะเกิดการแย่งอาหารกันขึ้น อีกทั้งต้องมีฝาปิดด้านบน ซึ่งที่นี่ใช้แผ่นฝ้าที่อยู่เชิงชายด้านบนหลังคา และใส่ใบเตยลงไปช่วยดับกลิ่นด้วย พร้อมกับล้างบ่อทุก 60 วัน วิธีการคือตักแกลบในบ่อออกให้หมดแล้วใช้ไม้กวาดกวาดให้สะอาดเป็นใช้ได้

ใช้วงบ่อซีเมนต์ซ้อนกัน 2 ใบ กั้นหนูนากระโดดหนี

กรงสำหรับใส่หนูนากรงละตัวเพื่อส่งให้ลูกค้า

คุณสำรวยเพิ่มเติมว่า สำหรับอาหารจะให้ทุกวันช่วงเย็น ซึ่งมีหลายอย่าง เช่น ข้าวเปลือก (อาหารหลัก) ข้าวโพด แตงกวา มันสำปะหลัง ฟักทอง แตงโม หอย ปู หญ้าทุกชนิด สามารถให้กินได้ทุกอย่าง โดยการนำมาทำให้เป็นชิ้นเล็กลงก็ให้กินได้เลย ส่วนน้ำก็ใส่ชามปูนเพื่อกันหนูเหยียบหก เมื่อหนูนากินอิ่ม สบาย ไม่เครียดก็จะไม่เกิดการกัดกันตาย แต่ให้ระวังเสียงดังจากการตีทุบ เสียงประทัด หรืออื่นๆ ทำให้แม่หนูตกใจจนเครียดก็กินลูกหนูได้ และความร้อนก็ทำให้หนูเครียดได้ด้วยเช่นกัน ที่นี่จึงทำที่คลอดให้เป็นรังขนาดพอดีกับแม่พันธุ์ เพื่อให้แม่หนูเข้าไปอยู่ลดอาการกังวลจนเครียดได้

แม่หนูกับลูกหนูอายุเกือบ 1 เดือน เใกล้แยกแม่ออกได้

หลอมปูนเป็นที่ใส่อาหารและน้ำ เพื่อให้หนักหนูนาไม่ทำโค่นหก

การคัดพ่อแม่พันธุ์ คุณสำรวยบอกว่าให้เลือกตัวผู้ไซส์ใหญ่ ตัวเมียหนัก 7 ขีด ปล่อยตัวผู้ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 5 ตัว ปิดฝาและระหว่างนั้นให้อาหารปกติ เมื่อผสมพันธุ์แล้วให้แยกออกมา รอท้องประมาณ 4 สัปดาห์ก็จะคลอดลูก เมื่อหนูคลอดครบ 10 วัน ให้เอาโพรงจำลองออกเพื่อพัฒนาการของหนู ผ่านไป 10 วัน ลูกหนูจะลืมตาและ 25 วันจะเก่งสามารถออกห่างแม่หาอาหารกินเองได้ เข้า 30 วัน จะเก่งเต็มที่ให้แยกแม่ไปอาบน้ำเปล่าในกะละมัง เอาขึ้นทำให้ขนแห้งแล้วจึงนำไปผสมพันธุ์ต่อได้ จากนั้นขุนลูกหนูต่อจนอายุครบ 4 เดือน สมารถจับจำหน่ายได้ และเลือกไว้ผสมพันธุ์ต่อ

หนูแผงตัวใหญ่

อุปกรณ์จับหนูนา

เลี้ยงหนูนาหลายพันธุ์ครอบคลุมทุกตลาด
คุณสำรวยพูดถึงกลุ่มลูกค้าของตนเองซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มคนภาคกลางจะนิยมซื้อหนูพุกเพื่อนำไปสับแกงขนาดกำลังดี ส่วนหนูแผงคนภาคอีสานนิยมซื้อเพราะจะนำไปแกงอ่อม ย่างรับประทานกับข้าวเหนียว ราคาสำหรับแม่ผสมพันธุ์พร้อมคลอดแม่ละ 500 บาท ส่งให้จังหวัดติดกับพิจิตรเท่านั้น เพราะหนูพร้อมคลอดส่งภายใน 3 วันได้ เพื่อตัดปัญหาการแท้งลูก ส่วนหนูอายุ 3 สัปดาห์สามารถส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดได้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย มุกดาหาร สกลนคร แพร่ น่าน หรือซื้อแม่พันธุ์ไปผสมพันธุ์เองราคาตัวละ 400 บาท ส่วนหนูเนื้อราคาตลาดอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ถ้าช่วงเทศกาลจัดงานเลี้ยงกิโลกรัมละ 250 บาท

Cr.nakabooks