ThaiArcheep.com

เซฟเงินในกระเป๋า ด้วยการปลูกผักกินเอง

เซฟเงินในกระเป๋า ด้วยการปลูกผักกินเอง

ตามไปดูวิถีเกษตรชาวญี่ปุ่นที่เหมาะกับยุคข้าวยากหมากแพง เพราะหันมาปลูกผักเพื่อหารายได้เสริม แถมยัง มีผักกินฟรีตลอดปีอีกด้วย

เรื่อง : พุสดี

ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ เราก็คงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันใหม่ให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ตามไปดูเคล็ด (ไม่) ลับที่ช่วยให้คุณปลูกผักกินเองได้ง่ายๆ จากพื้นที่ว่างในบ้านของคุณเอง ผ่านประสบการณ์ตรงของ ยูตะกะ อิฮะระ เกษตรกรชาวญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จจากการเปลี่ยนผืนนาเป็นแปลงผักและทำเป็นอาชีพมากว่า 50 ปี เขาได้รวบรวมเทคนิคเฉพาะตัวที่ช่วยในการปลูกผักสวนครัวง่ายๆทุกขั้นตอน ตลอดจนความรู้เรื่องการทำน้ำหมักไล่ศัตรูพืชจากธรรมชาติ ไว้ในหนังสือ “ปลูกผักกินเอง ขายเองตลอดปี”

1.มะเขือเทศ ควรเพาะต้นกล้าตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.พ.-ต้นเดือนมี.ค. ต้นกล้าที่นำมาปลูกต้องไม่แข็งแรงจนเกินไป เพราะต้นที่แข็งแรงจะแตกกิ่งก้านออกมาโดยไม่ผลิดอก เริ่มจากนำต้นกล้าที่อ่อนปวกเปียกและยาวประมาณ 50 เซนติเมตรวางนอนลงกับพื้น แล้วใช้ดินกลบให้ปลายยอดโผล่พ้นดินเล็กน้อย เพื่อสุขภาวะที่ดีแนะนำให้บำรุงมะเขือเทศด้วยปุ๋ยอินทรีย์

 

 

 

2.มะเขือม่วง เป็นพืชที่ปลูกง่ายในช่วงเดือนพ.ค. ควรเลือกต้นกล้าที่อ่อนแต่แข็งแรง พอมีใบจริง 7-8 ใบและมีดอกตูมจึงนำมาปลูกได้ ทั้งนี้ มะเขือม่วงไม่ชอบการปลูกแบบติดต่อกัน แนะนำว่าควรเว้นระยะการปลูกพืชวงศ์มะเขือติดต่อกันอย่างน้อย 5-6 ปี

 

 

3.พริกหวาน เหมาะปลูกในดินที่แห้งๆ เพื่อให้ลำต้นอยู่ได้นาน ควรหว่านเมล็ดในช่วงต้นเดือนมี.ค.-เม.ย. และย้ายต้นกล้าช่วงต้นเดือนพ.ค.เป็นต้นไป การปลูกพริกหวานควรปล่อยให้เจริญเติบโตเองตามธรรมชาติ ป้องกันแมลงศัตรูพืชต่างๆ ด้วยการฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร หรือน้ำจากพริกหรือกระเทียม แทนการใช้ยากำจัดศัตรูพืช

 

 

 

 

4.แตงกวา ควรหว่านเมล็ดโดยตรงในช่วงต้น-กลางเดือนพ.ค. โดยใส่หลุมละ 4 เมล็ด ใช้ดินกลบแล้วเหยียบอัดดินให้แน่น จากนั้นย้ายต้นกล้าช่วงปลายเดือนพ.ค. และรอเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนก.ค. ทั้งนี้แตงกวาถือเป็นผักที่ใช้ระยะเวลาในการปลูกสั้นมาก แต่ให้ผลผลิตดี หัวใจสำคัญอยู่ที่การคัดเลือกพันธุ์ ต้องเลือกพันธุ์ที่แข็งแรง ทนทานต่อโรค

 

 

 

5.กะหล่ำปลี ปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะปลูกได้ดีในช่วงไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับดินและเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมในช่วงฤดูกาลนั้นๆ แนะนำให้ผลูกในช่วงที่อากาศเย็นช่วงปลายเดือนต.ค.-พ.ย. และเก็บเกี่ยวในช่วงหลังฤดูหนาว เพราะไม่มีแมลงมารบกวน ที่สำคัญแนะนำให้เลือกซื้อพันธุ์ต้นกล้ามาปลูกแทนการเพาะเมล็ดเพื่อลดความยุ่งยาก

 

 

6.หัวไช้เท้า แนะนำให้ปลูกในช่วงก่อนเข้าฤดูหนาวในเดือนก.ย. และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนธ.ค. สิ่งสำคัญในการปลูกคือ ไม่ควรโรยปุ๋ยจนทั่วผิวหน้าดินเด็ดขาด เพราะถ้ารากของหัวไช้เท้าสัมผัสกับปุ๋ยโดยตรงจะทำให้รากแตกได้ ทำให้หัวไช้เท้ามีรูปทรงไม่น่ากิน

 

 

7.ต้นหอม เป็นผักที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีแนะนำให้ปลูกในช่วงเดือนมี.ค.-ก.ค. และเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนก.ย.-ต.ค. โดยค่อยๆ เก็บเกี่ยวทีละน้อย จะทำให้ใบใหม่ผลิออกมาเรื่อยๆ ข้อดีอีกอย่างคือใช้พื้นที่เล็กๆ ขนาด 2 ตารางเมตรก็เพียงพอกับการปลูก

 

 

8.หอมหัวใหญ่ ควรเริ่มจากการเพาะต้นกล้า โดยสร้างแปลงเพาะต้นกล้าไว้ตั้งแต่ช่วงกลางฤดูร้อน จากนั้นจึงลงมือปลูกในเดือนก.ค.-ก.ย. แต่สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกไว้กินเองในครอบครัว จะซื้อต้นกล้ามาปลูกก็ได้ นอกจากไม่ต้องเสียเวลาแล้วยังช่วยลดต้นทุนได้อีกด้วย

 

 

ไม่ลองไม่รู้ ใครที่สนใจอาจลองเริ่มต้นด้วยการปลูกผักชนิดที่ชอบ ไม่แน่ว่าถ้ามือเย็นพอ คุณอาจประหยัดค่าอาหารในบ้านและสามารถสร้างรายได้งามๆจากงานอดิเรกนี้

cr : 40plus.posttoday