ThaiArcheep.com

ชี้ช่องรวย!! ปลูกผักขายหารายได้เสริม ทุนน้อยก็สร้างอาชีพได้

ช่วงนี้เริ่มเห็นมนุษย์เงินเดือนหันมาเอาดีทำการเกษตรกันเยอะเลย โดยเฉพาะการปลูกผักขายเป็นรายได้เสริม บางคนก็ถึงขนาดออกมาเปิดฟาร์มทำแบบจริงจังกันเลยก็มี ส่วนใครที่สนใจแต่อาจจะยังลังเลไม่รู้จะปลูกอะไรดี วันนี้ กระปุกดอทคอม มีตัวเลือก 5 ผักปลูกง่าย กำไรดี สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นมาฝาก

1. เพาะเห็ดฟางในตะกร้า

คนไทยนิยมบริโภคกันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะเห็ดฟางซึ่งตลาดมีความต้องการอยู่ตลอด ที่สำคัญเป็นเห็ดที่เพาะง่าย หากมีระบบจัดการดี ๆ ก็สามารถสร้างผลผลิตตลอดทั้งปีเลย

ต้นทุนอุปกรณ์ค่าใช้จ่าย
– ตะกร้าพลาสติก ใบละประมาณ 40 บาท
– หัวเชื้อเห็ดฟาง 15 บาท (ใช้ได้ 2 – 3 ตะกร้า)
– อาหารเสริม เช่น ฟางข้าว ผักตบชวา เลื่อย เปลือกมันสำปะหลัง หรือซื้อสำเร็จรูปถุงละประมาณ 30 บาท
– สุ่มไก่ ใบละ 200 – 250 บาท หรือจะสร้างเป็นโรงเรือนแบบมาตรฐานก็ได้

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
เห็ดฟางจะเริ่มเก็บผลผลิตได้ในวันที่ 8 – 9 ของการเพาะและเก็บต่อได้อีกประมาณ 5 วัน รวมผลผลิตต่อตะกร้าอยู่ที่ราว 2 กิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย โดยเห็ดฟางจะออกดีในอากาศร้อนชื้น

ราคาและช่องทางจัดจำหน่าย
ราคาเห็ดฟางจะอยู่ในช่วง 50 – 100 บาทต่อกิโลกรัม แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวเห็ดฟางมักมีราคาสูงขึ้นกว่าช่วงอื่น ๆ เนื่องจากผลผลิตออกมาน้อย แต่ความต้องการบริโภคมีตลอดทั้งปี
สำหรับช่องทางขาย โดยปกติจะมีคนมาติดต่อซื้อถึงหน้าฟาร์มทุกวันอยู่แล้ว แต่ราคาจะไม่ดีเท่ากับการนำไปขายส่งในตลาด หรือส่งตามห้างสรรพสินค้าด้วยตัวเอง นอกจากนี้ หากนำเห็ดฟางแปรรูป เช่น อบแห้ง ก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าขึ้นไปอีก

2. ต้นอ่อนทานตะวัน

เป็นผักที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง ด้วยรสชาติและประโยชน์ของต้นอ่อนทานตะวันที่เข้ากับเทรนด์สุขภาพของคนยุคนี้สุด ๆ ทำให้ธุรกิจปลูกต้นอ่อนทานตะวันกำลังเฟื่องฟู ขายดีมีกำไรกันไม่น้อยเลย

ต้นทุนอุปกรณ์ค่าใช้จ่าย  
– ถาดสำหรับปลูก ใบละ 30 – 40 บาท
– ดินปลูก ถุงละ 10 บาท
– เมล็ดทานตะวัน กิโลกรัมละ 50 – 100 บาท (ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ซื้อ)

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
ต้นอ่อนทานตะวันจะใช้เวลาโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว 5 – 7 นับจากวันที่ลงภาชนะปลูก โตได้ดีในที่อากาศเย็น โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ผลผลิตจะมีคุณภาพมากที่สุด สำหรับเมล็ดทานตะวัน 1 กิโลกรัม จะได้ต้นอ่อน 4 – 5 กิโลกรัม

ราคาและช่องทางจัดจำหน่าย  
ราคาขายส่งต้นอ่อนทานตะวันอยู่ที่ 80 – 100 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ดี หากมีลูกค้ากลุ่มร้านอาหารเพื่อสุขภาพและสามารถส่งขายตามออเดอร์ได้ ราคาก็จะสูงถึง 120 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นไป

3. ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์

  วิธีปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ แบบไม่ต้องใช้ดินแต่ใช้น้ำแทนกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ เพราะประหยัดเนื้อที่ แถมยังได้ผักปลอดสารพิษ ลดโอกาสปนเปื้อนของสารเคมีต่าง ๆ ที่อยู่ในดินอีกด้วย จึงทำให้ผักไฮโดรโปนิกส์มีราคาสูง น่าลงทุนทีเดียว

ต้นทุนอุปกรณ์ค่าใช้จ่าย  
– โรงเรือนและรางปลูกต้นทุนขึ้นอยู่กับวัสดุและขนาด หรือเลือกซื้อชุดปลูกสำเร็จรูป ราคาเริ่มต้น 500 บาท จนถึงหลักหมื่น
– เมล็ดพันธุ์ผักสลัดถุงละ 15 – 20 บาท (300 – 500 เมล็ด)
– ปุ๋ยลิตรละประมาณ 100 บาท

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
เริ่มเก็บขายได้หลังผักอายุ 45 วัน โดยผักสลัดทุกชนิดชอบอากาศเย็น ทำให้โตและมีน้ำหนักดีในช่วงหน้าหนาว ตรงกันข้ามหากอากาศร้อนจัด อาจจะไม่มีผลิตออกมาสู่ท้องตลอดเลยก็มี

ราคาและช่องทางจัดจำหน่าย  
ราคาขึ้นอยู่กับผลผลิตที่ออกมาสู่ตลาด โดยหน้าร้อนราคาจะสูงมาก ส่วนหน้าหนาวราคาจะถูกลง อย่างผักกรีนโอ๊ค ราคาขายส่งหน้าฟาร์มเฉลี่ยอยู่ที่ 80 – 120 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากส่งตามร้านอาหาร หรือโมเดิร์นเทรด ที่เน้นคุณภาพผักสดใหม่และปลอดสารพิษ ราคาขายก็จะสูงขึ้นอีก 20 – 30%

ผักสวนครัวที่ทุกบ้านต้องมี ใส่ในอาหารได้หลากหลายชนิด นอกจากนี้ ผักชีกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดต่างประเทศอีกด้วย

ต้นทุนอุปกรณ์ค่าใช้จ่าย
– แปลงเพาะปลูก หรือทำโรงเรือนแบบครบวงจร
– เมล็ดพันธุ์ผักชี ประมาณ 500 บาทต่อกิโลกรัม
– ปุ๋ย 20 บาทต่อกิโลกรัม

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
พออายุได้ 40 – 45 วัน ผักชีจะเริ่มเก็บเกี่ยวขายได้ โดยผักชีจะให้ผลผลิตดีที่สุดช่วงหน้าหนาว และออกน้อยช่วงหน้าฝน เพราะผักชีเป็นพืชบวมน้ำ จึงบอบช้ำง่ายเวลามีฝนตก

ราคาและช่องทางจัดจำหน่าย
ผักชีเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี แต่ก็เป็นผักที่ราคามีความผันผวนพอสมควร อย่างช่วงหน้าฝนราคาขึ้นไปถึง 300 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว แต่ก็มีช่วงที่ราคาตกลงไปเหลือ 30 บาท ก็มี อย่างไรก็ตาม ผักชีมีข้อดีตรงที่ให้ผลผลิตมากและขายง่ายนั่นเอง

5. ปลูกมะนาวในน้ำ

ยังเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอสำหรับมะนาว ไม่ว่าจะเป็นตามตลาดสด ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ทำให้ไม่แปลกเลยที่จะมีคนผันตัวมาปลูกมะนาวสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งการปลูกมะนาวในน้ำดีตรงที่ใช้พื้นที่น้อย และสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี

ต้นทุนอุปกรณ์ค่าใช้จ่าย  
– ถังน้ำ ขนาด 100 ลิตร ราคาเริ่มต้น 400 บาท
– กระถางต้นไม้ 14 นิ้ว ราคา 100 – 300 บาท
– ปุ๋ยคอก 20 บาทต่อกิโลกรัม
– ขุยมะพร้าว 60 – 65 บาทต่อกิโลกรัม

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
หลังเพาะปลูกเสร็จมะนาวจะเริ่มให้ผลผลิตหลังผ่าน 3 เดือนแรก และให้ผลผลิตต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพียงเติมน้ำ เติมปุ๋ยทุก ๆ 3 เดือนอย่างเป็นประจำ ซึ่งจะให้ผลผลิตดีที่สุดในช่วงหน้าฝน

ราคาและช่องทางจัดจำหน่าย  
มะนาวแป้นราคาเฉลี่ยลูกละ 3 – 7 บาท แต่หากในช่วงที่แล้งมาก ๆ ราคาอาจพุ่งเกินลูกละ 10 บาทก็มีให้เห็นมาแล้ว อีกทั้งถ้ามีลูกค้าประจำที่เป็นร้านอาหาร หรือส่งให้แม่ค้าในตลาดโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ก็จะได้ราคาที่ดีกว่าราคาขายส่งหน้าฟาร์ม

การปลูกผักไว้ขายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นกันได้ไม่ยาก และไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุนสูง สามารถค่อย ๆ เรียนรู้ ลองผิดลองถูก จึงเหมาะเลยสำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางเพิ่มรายได้ใหม่ ๆ ให้ตัวเอง
Cr.kapook
  • TAGS